4 ข้อควรระวังเมื่อเจอ “งู” ในบ้าน

งู มีอยู่จำนวนนับร้อยชนิด ทั้งแบบมีพิษ และไม่มีพิษ แต่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทยคือ งูเห่า (มีพิษ) งูจงอาง (มีพิษ) งูเขียว (ไม่มีพิษ หรือมีพิษน้อย) งูหลามและงูเหลือม (ไม่มีพิษ แต่เขมือบเหยื่อได้ทั้งตัว) เป็นต้น และหลาย ๆ คนก็คงจะต้องไม่สบอารมณ์แน่ ๆ เมื่อต้องเจองูตัวเป็น ๆ วันนี้เราเลยมีวิธีการข้อควรระวังเมื่อเจอ “งู” มาฝากกันค่ะ อย่าจัดการกับงูด้วยตนเองหากไม่แน่ใจว่างูนั้นไม่เป็นอันตราย เวลาถูกงูไม่มีพิษกัดจะเลือดไหลมากกว่างูมีพิษมาก เพราะน้ำลายของพวกมันมีสารที่ระงับการแข็งตัวของเลือด ยิ่งไปกว่านั้นงูเหล่านี้มักจะกัดซ้ำหลายครั้งอีกด้วย ถ้าคุณถูกงูพิษกัด ต้องมีคนสามารถระบุได้ว่างูนั้นเป็นงูอะไร จะเป็นประโยชน์ยิ่งเมื่อรับการรักษา เพราะแพทย์จะสามารถให้ยาต้านพิษที่ถูกต้องตามประเภทงูได้ สำหรับในกรณีของประเทศอังกฤษแล้ว ข้อนี้จะไม่จำเป็น เพราะเกาะอังกฤษมีงูเเอดเดอร์เพียงชนิดเดียว อย่าทิ้งสัตว์ใดก็ตามไว้ในกาวดักสัตว์ ตรวจเช็คกับดักสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสัตว์ชนิดใดกำลังทรมานดิ้นรนอยู่ หลายประเทศชี้ว่าการกระทำแบบนี้ทารุณสัตว์ ให้ใช้น้ำมันพืชเทรดสัตว์ที่ติดกาวเสมอ เพื่อให้มันหลุดออกไปได้ สัตว์อาจทำหน้าของมันติดที่กาวจนหายใจไม่ออก หรือดิ้นหนีจนผิวหนังฉีกได้ อย่าลืมนะคะ ที่สำคัญเลย อย่าจัดการงูด้วยตัวเอง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ความรู้มาจัดการให้ดีกว่า ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไอทีเมามันส์

6 เรื่องของแมลงสาบ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ !!!

ในโลกนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้า “แมลงสาบ” ตัวสีน้ำตาลเข้มหรือดำ สามารถกินอาหารได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ แต่ส่วนมากชอบกินเศษอาหารประเภทแป้งหรือน้ำตาล ซากสัตว์หรือแมลงที่ตายแล้ว น้ำลาย เสมหะ อุจจาระ กระดาษ หรือแม้แต่ผ้า แมลงสาบ มีนิสัยชอบกินอาหารและถ่ายอุจจาระออกมาตลอดทางที่เดินผ่าน ชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในบริเวณที่มืด อบอุ่น และมีความชื้นสูง ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ชอบแสงสว่าง แต่ก็มีแมลงสาบบางชนิดที่ออกหากินในเวลากลางวันตามซอกมุมภายในบ้าน นอกบ้าน ท่อน้ำทิ้ง ทั้งในและนอกอาคารบ้านเรือน ตามซอกมุมที่อับชื้น ใกล้บริเวณที่มีน้ำและอาหารที่การทำความสะอาดเข้าไม่ถึง รู้หรือไม่ แมลงสาบแหล่งสะสมของเชื้อโรคแบคทีเรีย หนอนพยาธิ เชื้อรา เชื้อไวรัสก่อโรค กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ออกมาให้ความรู้ 6 ข้อ1.แมลงสาบ เป็นพาหะนำโรค ห้ามกิน เมื่อเจอไข่แมลงสาบให้นำไปเผาทิ้ง2.แมลงสาบ มีเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดต่างๆ โรคกาฬโรค โรคบิด โรคท้องเสีย โรคติดเชื้อของช่องขับถ่าย โรคฝีผิวหนังพุพอง โรคในระบบทางเดินอาหาร โรคอาหารเป็นพิษ และโรคไทฟอยด์3.แมลงสาบมีหนอนพยาธิและเป็นรังสะสมโรค เช่น พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือนกลม พยาธิตัวตืดแคระ Read more…

20 เรื่องแมลงน่าทึ่ง ที่รู้แล้ว…จะต้องอึ้ง !!! (ตอนที่ 1)

นำเรื่องแมลงสุดว้าวทั้ง 10 เรื่องมาเล่าสู่กันฟัง รับรองว่าทุกท่านต้องพากันอึ้งไปกับเรื่องราวอันน่าทึ่งเหล่านี้เป็นอย่างแน่นอน !

10 เรื่องปลวกๆ ที่พวกคุณ(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ 2)

ในตอนที่แล้ว เราได้รู้เรื่องราวน่าพิศวงของเหล่าปลวกกันมามากพอสมควร และในวันนี้ เรามาทำความรู้จักกับพวกมันกันต่อดีกว่าค่ะ ว่าจะยังมีเรื่องแปลกๆ ของพวกมันในแง่มุมไหนให้เราได้อึ้งได้ทึ่งกันอีกบ้าง 1. ปลวกทหาร ปลวกงาน ล้วนเป็นสัตว์ตาบอดเนื่องจากปลวกเป็นแมลงที่ทำรังและใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ใต้ดิน ที่ทั้งมืดและอับชื้น เนื่องจากแสงแดดส่องลงไปไม่ถึง พวกมันจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความสามารถในการมองเห็น แต่จะเป็นเฉพาะกับปลวกทหารและปลวกงานเท่านั้นนะคะ จะมีแค่ปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ที่สามารถมองเห็นได้ เนื่องจากพวกมันจำเป็นต้องอาศัยความสามารถในการมองเห็น เพื่อไปหาทำเลในการสร้างอาณาจักรใหม่ต่อไปนั่นเองค่ะ 2. มีการส่งสัญญาณ เมื่อศัตรูรุกรานถึงถิ่นหากมีแมลงอื่นๆ เข้ามายุ่มย่ามใกล้ๆ ในบริเวณของอาณาจักรปลวกละก็ ปลวกทหารจะมีการส่งสัญญาณเตือนภัย โดยพวกมันจะโขกหัวของตัวเองเข้ากับผนังของรังเพื่อสร้างเสียงและแรงสั่นสะเทือน เพื่อให้สมาชิกในรังได้รู้กันอย่างทั่วถึงและเตรียมตัวตั้งรับเอาไว้ค่ะ 3. ไม่พูด ไม่จา สื่อสารกันด้วยกลิ่นเนื่องจากประชากรปลวกส่วนใหญ่ไม่สามารถมองเห็นได้ พวกมันจึงมีการพัฒนาประสาทสัมผัสเรื่องการรับกลิ่นที่เป็นเลิศขึ้นมาค่ะ และพวกมันก็ยังใช้กลิ่นของฟีโรโมนในการสื่อสารด้วยค่ะ อย่างเช่นเวลาพวกมันออกหาอาหาร ปลวกงานผู้นำทางก็จะใช้ต่อมพิเศษที่อยู่บริเวณอก ปล่อยฟีโรโมนเอาไว้ตามทางเดิน เพื่อให้ปลวกงานตัวอื่นๆ ไม่หลงเส้นทางระหว่างหาอาหารนั่นเองค่ะ 4. รุ่นลูกผู้สืบทอด จะติดปีกบินได้ปลวกรุ่นลูกที่เกิดมาเพื่อมีหน้าที่สืบพันธุ์โดยเฉพาะ จะหน้าตาไม่เหมือนปลวกทั่วๆ ไป ที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือตรงที่พวกมันจะมีปีกบินได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ปลวกในวรรณะสืบพันธุ์นี้ก็คือที่เรารู้จักกันในชื่อของแมลงเม่า ที่ชอบบินเล่นแสงไฟสร้างความรำคาญนั่นแหละค่ะ โดยพวกมันจะบินออกจากรังกันเป็นฝูงเมื่อโตเต็มที่ เพื่อหาทำเลในการสร้างอาณาจักรใหม่ สืบพันธุ์สร้างทายาทกันต่อไปค่ะ 5. แม้อาศัยใต้อยู่ดิน Read more…

10 เรื่องปลวก ๆ ที่พวกคุณ(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ 1)

เราอาจจะรู้จักปลวกแค่ในฐานะแมลงวายร้ายที่คอยจ้องทำลายบ้าน ทว่าเหล่าแมลงนั้นมีชีวิตที่น่าพิศวง แน่นอนว่ายังมีอีกมากมายหลายอย่างเกี่ยวกับชีวิตของปลวกที่ใครหลาย ๆ คนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน

ยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งดี…จริงหรือ?

เชื่อว่าหลายๆ ท่านในที่นี้คงพอจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า การกำจัดปลวกด้วยระบบฝังเหยื่อนั้น ทั้งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่าการกำจัดปลวกแบบฉีดพ่นอัดน้ำยาเป็นไหนๆ แต่ทราบไหมคะ ว่าในวงการการกำจัดแมลงยุคใหม่นี้ ก็มีระบบฝังเหยื่ออีกมากมายหลายแบบให้ท่านเจ้าของบ้านได้เลือกสรรด้วยเช่นกัน ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะมีอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือไม่เหมือนกัน แม้วิธีการทำงานในภาพรวมจะคล้าย ๆ กัน แต่ก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพที่แตกต่างกันไปค่ะ โดยก็จะมีบางเจ้าที่เคลมว่า ใช้สถานีเหยื่อขนาดใหญ่ ทำให้สามารถบรรจุเหยื่อลงไปได้ในปริมาณมาก และสามารถตรวจจับและกำจัดปลวกได้ดีกว่าเจ้าอื่นๆ แต่อย่าได้หลงเชื่อคำโฆษณาง่ายๆ นะคะ เพราะจริงๆ แล้ว การใช้สเตชั่นใหญ่ๆ ก็มีข้อเสียดังต่อไปนี้ค่ะ 1. เวลาที่ฝนตก หากสเตชั่นมีขนาดใหญ่ จะทำให้น้ำเข้าไปขังในปริมาณมากจนไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทัน ส่งผลให้ไม้ที่ใช้เป็นเหยื่อล่อปลวกที่อยู่ข้างในสเตชั่นมีความชื้น จนขึ้นราได้ ซึ่งจะทำให้เนื้อไม้เสียหาย จนปลวกไม่กล้าเข้ามากินเหยื่อล่อที่วางเอาไว้ค่ะ 2. ในสเตชั่นขนาดใหญ่ มักจะมีกิ้งกือและแมลงชนิดอื่นๆ เข้าไปแชร์พื้นที่กันอยู่อาศัย ทำให้ภายในสเตชั่นไม่เสถียร และเกิดการสั่นสะเทือนส่งผลให้ปลวกเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางหาอาหาร ไม่เข้าไปติดกับดักในสเตชั่นค่ะ เห็นหรือยังคะ ว่าแค่ขนาดใหญ่กว่า ก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องมีคุณภาพดีกว่าเสมอไปค่ะ แม้สเตชั่นของระบบเซนตริคอน จะไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้น้อยหน้าใครนะคะ เพราะได้รับการรับรองอย่างถูกต้องแล้วจากบริษัท Dow AgroSciences ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านเจ้าของบ้าน จึงสามารถมั่นใจได้เต็มที่เรื่องประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำขังและแมลงรบกวนภายในสถานีแน่นอนค่ะ แต่อย่าลืมล่ะ ว่างการกำจัดปลวก Read more…

ความเข้าใจผิด ๆ เมื่อคิดจะกำจัดปลวก

เจอปลวกตรงไหนก็ฉีดตรงนั้น…กำจัดปลวกเองได้ง่ายนิดเดียว…วางท่อดีกว่าถูกกว่าตั้งเยอะ…รู้มั้ยคะ ว่าคุณกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่นะ !