แมลงและสัตว์อันตรายที่มาพร้อมกับฤดูฝน

Published by mfactors on

แมลงและสัตว์อันตรายที่มาพร้อมกับฤดูฝน

    ฤดูฝน เข้ามาแต่ไม่ได้มีเพียงแค่สายฝนกับของแถมจากธรรมชาติที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากพบเจอ
วันนี้จะพาเพื่อนมาทำความรู้จักกับแมลงและสัตว์อันตรายที่มาพร้อมกับหน้าฝนกัน

ตะขาบ

ตะขาบที่หนีน้ำเข้ามาในบ้านเรือน จะซ่อนตัวอยู่ในที่เย็น ๆ ชื้น ๆ รก ๆ เมื่อถูกตะขาบกัดจะพบรอยเขี้ยว 2 รอยเป็นจุดเลือด พิษของตะขาบมีสารที่ให้เกิดก่อปฏิกิริยาอักเสบต่อร่างกาย เมื่อถูกกัดจะทำให้เกิดการอักเสบ ปวดร้อนบวมแดง ชา เป็นอัมพาตบริเวณแผล ในรายที่มีอาการแพ้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน จะพบอาการอาเจียน หัวใจเต้นผิดจังหวะ มึนงง ปวดศีรษะ และอาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วย ควรนำส่งโรงพยาบาลทันที

หนู

หนูเป็นสัตว์ที่แพร่พันธุ์ได้เร็ว ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นที่ที่สกปรกและมุมอับ ซึ่งหนูเป็นพาหะนำโรคหลายโรค บางโรคอาจทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เช่น โรคฉี่หนู โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หนูจึงเป็นสัตว์อันตรายอย่างหนึ่งที่ต้องระวัง ดังนั้นหากจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ควรมีการป้องกันตัวเองอย่างสวมรองเท้าบู๊ท เสื้อผ้าที่ปิดมิดชิด รักษาสุขอนามัยของตนเอง ทั้งร่างกายและอาหารการกิน

ยุง ยุงเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่มีพิษสงร้ายแรง เพราะยุงเป็นสาเหตุที่ทำให้ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ มากมายที่ทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย โรคเท้าช้าง โรคชิคุนกุนยา โรคไข้ซิกา โรคไข้สมองอักเสบ เป็นต้น วิธีการป้องกันยุงจึงต้องเริ่มจากตัวเราเอง ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ง่ายในหน้าฝน หากน้ำท่วม ยุงก็จะวางไข่ในน้ำที่ท่วมขัง และต้องระวังตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัด เมื่อถูกยุงกัดแล้วมีอาการไม่สู้ดีต้องรีบไปพบแพทย์
งู งูมักจะหนีน้ำเข้ามาหลบซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ในบ้าน แม้ว่างูจะมีทั้งชนิดที่มีพิษและไม่มีพิษ ดังนั้น จึงควรพยายามจัดบ้านเรือนให้มีพื้นที่อับน้อยที่สุด เมื่องูเข้ามาจะได้เห็นได้โดยง่าย เมื่อน้ำลดควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่รกด้วยตนเอง และควรมีความรู้ในการปฐมพยาบาลหากถูกงูกัดหรือความรู้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับงูอย่างถูกต้อง เพื่อให้มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะถูกงูกัด เมื่อถูกงูกัดต้องรีบปฐมพยาบาล และพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดกเป็นสัตว์อันตรายประจำหน้าฝน เนื่องจากมีสารพิษพิเดอริน ที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนแต่ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อผิวหนังได้ หากเราเผลอไปปัดหรือบี้เวลาที่แมลงก้นกระดกมาเกาะที่ตัว ท้องของแมลงตัวนี้จะแตกและปล่อยสารพิษดังกล่าว ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง แสบร้อน หรือเป็นรอยไหม้หลังจากได้สัมผัสพิษ กลายเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ แม้ว่าพิษของแมลงก้นกระดกจะไม่ได้ร้ายแรงขนาดที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต แต่ก็ไม่ควรประมาท

แมลงสาบ

ในหน้าฝนที่สภาพภูมิอากาศชื้น ๆ แมลงสาบชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในบริเวณที่มืด อบอุ่น และมีความชื้นสูง ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ชอบแสงสว่าง แต่ก็มีแมลงสาบบางชนิดที่ออกหากินในเวลากลางวันตามซอกมุมภายในบ้าน นอกบ้าน ท่อน้ำทิ้ง ทั้งในและนอกอาคารบ้านเรือน ตามซอกมุมที่อับชื้น ใกล้บริเวณที่มีน้ำและอาหารที่การทำความสะอาดเข้าไม่ถึงแมลงสาบ สามารถกินอาหารได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ แต่ส่วนมากชอบกินเศษอาหารประเภทแป้งหรือน้ำตาล ซากสัตว์หรือแมลงที่ตายแล้ว น้ำลาย เสมหะ อุจจาระ กระดาษ หรือแม้แต่ผ้า แมลงสาบ มีนิสัยชอบกินอาหารและถ่ายอุจจาระออกมาตลอดทางที่เดินผ่าน และแมลงสาบยังเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่คนได้หลายโรค เช่น กาฬโรค บิด ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ นอกจากนี้ในตัวแมลงสาบยังมีพยาธิหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์เช่น พยาธิไส้เดือนกลม พยาธิปากขอ พยาธิตัวตืดแคะ เป็นต้น

มด เป็นสัตว์ที่อยู่ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบอย่างเป็นระบบ บางชนิดมีรังมหึมาอยู่ร่วมกันถึง 22 ล้านตัว อยู่กันอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งหรือเกี่ยงงานกัน โดยจะสื่อสารกันโดยใช้อวัยวะ ที่เรียกว่า หนวด สัมผัสกันและใช้สารเคมีที่ปล่อยออกมา หรือใช้เสียงสื่อสารกันได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า มดบางชนิด เมื่อไปพบแหล่งอาหารก็จะปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งออกมาจากต่อมภายนอก (Exocrine gland) ที่เรียกว่า ต่อมดูเฟอร์ (Dufoue’s gland) สารเคมีชนิดนี้ เรียกว่า ฟีโรโมน, มด จะปล่อยฟีโรโมนขณะเดินไปพบอาหาร และ ฟีโรโมนนี้ จะระเหยได้ทำให้ปริมาณของฟีโรโมนจะจางลงไปเรื่อยๆ ฟีโรโมนของมดบางชนิด จะจางหายไปในเวลาไม่เกิน 100 วินาที ซึ่งการระเหยของสารเคมีนี้ มีประโยชน์ต่อการสื่อสารของมด คือ ถ้าแหล่งอาหารเก่าหมด เจอแหล่งอาหารใหม่ มดจะสามารถติดตาม กลิ่นใหม่ไปยังแหล่งอาหารได้อย่างถูกต้อง ไม่สับสนกับกลิ่นเดิม นอกจากนี้ยังพบว่า มดชอบเดินตามรอยฟีโรโมนที่มีกลิ่นแรงมากกว่า กลิ่นที่จาง  

ด้วงกระเบื้อง

ในช่วงฤดูฝนมักจะพบแมลงบุกเข้าไปอยู่ในบ้านเรือน และสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของบ้านอยู่เสมอนั่นก็คือ “ด้วงกระเบื้องจัดอยู่ในกลุ่มแมลงปีกแข็ง มีขนาดลำตัวยาว 6 – 8 มม. เป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่จะพบมากในเขตร้อน รวมทั้งในประเทศไทย ด้วงชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อัลฟิโทเบียส ดิอะเพอรินัส (Alphitobius diaperinus) บินได้ไกลพอสมควร ชอบบินมาเล่นไฟในเวลากลางคืน กินอาหารได้หลากหลาย ทั้งเมล็ดพืช ผลิตภัณฑ์จากพืชที่ชื้นหรือขึ้นรา รวมทั้งวัตถุที่เน่าเปื่อย สามารถพบแมลงชนิดนี้เข้ามาอยู่ในที่อยู่อาศัยของคนได้โดยเฉพาะบริเวณบ้านหรือรอบๆ บ้านที่มีกองปุ๋ย มูลสัตว์ ปุ๋ยหมัก เศษไม้ผุพัง เป็นป่า หรือมีเล้าเป็ดเล้าไก่

แมงป่องบ้าน แมงป่องบ้าน มีลักษณะกล้ามเล็กกว่าหาง ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าพิษของแมงป่องบ้านทำให้เกิดอาการพิษที่รุนแรงกว่าแมงป่อง 2 ชนิดที่กล่าวมา อาการที่เกิดจะมีลักษณะบวมแดง ปวดบริเวณจุดที่โดนต่อย และบริเวณข้างเคียง อาการปวดจะรุนแรง บางรายที่ได้รับพิษมาก โดยเฉพาะเด็ก อาจทำให้เกิดเป็นไข้ และมีอาการชัก แมงป่องเป็นสัตว์ที่ชอบสถานที่มืด ไม่มีแสง ออกหากินในเวลากลางคืน กลางวันชอบอาศัยอยู่ตามเศษกองไม้ ใบไม้ ช่องไม้ตามบ้านเรือน หรือตามรอยแตกของพื้นบ้านที่มีความชื้น และอาจพบอาศัยตามเสื้อผ้าของเราด้วยเช่นกัน ดังนั้น คนที่มักโดนต่อยส่วนมากจะพบว่ามีการโดนต่อยเมื่อสวมเสื้อผ้าหรือสวมใส่อุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่รู้ตัวว่ามีแมงป่องหลบซ่อนอยู่  
ถ้าเพื่อนๆอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่รู้จะรับมือกับเหล่า “แมลงและสัตว์อันตราย” เหล่านี้ยังไง บริษัท เอ็ม แฟคเตอร์ส ยินดีให้คำปรึกษาฟรี หรือ โทร 02-033-6500

Categories: News